AI-CARE

หน้าแรก / กลุ่มวิจัยและนวัตกรรม / AI-CARE
Frontier Research & Innovation Cluster

กลุ่มวิจัยนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเฝ้าระวังและปกป้องสิ่งแวดล้อมร่วมกับประชาชน (AI-CARE)

Motto: AI that Cares, Citizens who Care, Environment we Share

ผสาน AI + Citizen Science + Environmental Engineering เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ช่วยหน่วยงานราชการเฝ้าระวังและปกป้องสิ่งแวดล้อมจากมลพิษอุตสาหกรรมได้เองแบบ 24/7

7
นักวิจัยหลัก
3
ปีในแผน (2569–2571)
3M
บาท งบประมาณตั้งต้น
10,000
โรงงานเป้าหมาย
1

ที่มา ความสำคัญ และเป้าหมาย

AI-CARE คือคานงัดที่นำพลเมืองตื่นรู้ นักวิชาการ หน่วยงานราชการ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีความรับผิดชอบมาทำงานร่วมกัน โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่จากหลักการ Collective Intelligence และ Intelligence Augmentation

ปัญหาและความท้าทาย

  • ภาครัฐมีกฎหมายและหน้าที่ในการปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่มีกำลังคนไม่พอดูแลทุกปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศ
  • ประชาชนตื่นตัวด้านการปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบทางสุขภาพจากมลพิษอย่างมาก เห็นได้จากกรณีแม่น้ำกกปนเปื้อนสารหนูข้ามพรมแดน
  • มีพลเมืองตื่นรู้ (Active Citizen) จำนวนมาก แต่ไม่มีองค์ความรู้เพียงพอในการขับเคลื่อนปกป้องสิ่งแวดล้อม และไม่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการกำกับควบคุมมลพิษ
  • นักวิจัย นักวิชาการมีความรู้แต่มีจำนวนไม่เพียงพอในการปกป้องสิ่งแวดล้อมในชุมชน และไม่มีบทบาทหน้าที่โดยตรงดังเช่นหน่วยงานภาครัฐ

AI-CARE คือคานงัด

เชื่อมพลเมืองที่มีใจและมีความกังวล เข้ากับนักวิชาการที่มีความรู้ หน่วยงานราชการที่มีภาระหน้าที่ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีความรับผิดชอบ โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบสนองทุกภาคส่วนให้ช่วยปกป้อง รักษา ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

AI Citizen Science Government Services Environmental Engineering
มลพิษข้ามพรมแดน
เช่น สารหนูในแม่น้ำกก
IoT Sensor
เฝ้าระวังภาคสนาม
AI-CARE Platform
Chatbot · Social listening · Analytics
Active Citizen Scientists
รายงานและติดตามผล
หน่วยงานราชการ
Emergency Management Information System
Input: ประชาชน/เซนเซอร์
AI CARE Research Cluster
  • ประเมินความเสี่ยงและแจ้งเตือนภัย
  • รายงานที่ยอมรับได้ตามกฎหมาย
  • Consortium & Think tank เพื่อจัดการภาวะฉุกเฉิน

Benchmarking

  • สถาบันชั้นนำในไทย: ยังไม่มีกลุ่มวิจัยใดในประเทศที่ผสานการใช้ AI + Citizen Science + Environmental Engineering แบบครบวงจร
  • สถาบันชั้นนำต่างประเทศ: มีหลายกลุ่มที่ทำเรื่อง AI และ Climate Change เช่น Berkeley AI Research Climate Initiative และ DS3Lab Climate+AI Initiative (ETH Zurich) แต่ยังไม่มีกลุ่มวิจัยใดที่ทำเรื่อง "AI + Citizen Science + Environmental Pollution + Government Services" แบบเดียวกับ AI-CARE

จุดแข็งและโอกาสของ AI-CARE

  • เป็นกลุ่มแรกในไทยที่ผสาน "AI + Citizen Science + Government Services" เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
  • เน้น "Action-oriented Research" ที่นำไปใช้จริงได้ทันที ไม่ใช่แค่งานวิชาการ
  • สอดคล้องกับแผน AI Thailand ที่ต้องการให้มีการใช้ AI ในภาครัฐและอุตสาหกรรมหลักอย่างน้อย 600 หน่วยงานภายในปี 2570
  • สอดคล้องกับการขับเคลื่อน Thailand Open Science for ALL ของ สกสว. และกองทุน ววน.

วิสัยทัศน์ระยะยาว 5–10 ปี

To be a leading research cluster that empowers communities with AI technology for proactive environmental protection and sustainable living

เป้าหมายสูงสุด

สร้างผลิตภัณฑ์ การให้บริการ หรือ Platform ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่ยอมรับให้ประชาชนมีภารกิจและอำนาจหน้าที่เป็นผู้ช่วยหน่วยงานราชการเฝ้าระวังและปกป้องสิ่งแวดล้อมจากมลพิษอุตสาหกรรม ตามหลักวิทยาศาสตร์พลเมือง (Citizen Science) โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสำคัญติดเกราะความรู้ให้ประชาชน

2

คณะผู้วิจัยและความเชี่ยวชาญ

ทีมวิจัยสหสาขาที่ผนึกกำลังจากประสบการณ์ระดับนโยบายชาติ ไปจนถึงเครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ

รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์

รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์

หัวหน้ากลุ่มวิจัย / วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม / ออกแบบระบบปัญญาประดิษฐ์ / แบบจำลองคอมพิวเตอร์ของระบบสิ่งแวดล้อม / สำรวจสิ่งแวดล้อมภาคสนาม / ออกแบบระบบ IoT และ Sensor เพื่อการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม

  • Top 2% Scientist (Stanford University Ranking)
  • Chief Information Officer (CIO) ของ สกสว.
  • ผู้รับผิดชอบขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Open Science for ALL ของ สกสว.
  • ผู้พัฒนาระบบ TSRI Central Intelligence Platform ของ สกสว.
  • หัวหน้าโครงการพัฒนาระบบ eMENSCR+ ของสภาพัฒน์
  • หัวหน้าโครงการระบบข้อมูลวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุน Citizen Science (ทุน PMU สวรส. 2 โครงการ)
รศ.ดร.ภก.มนุพัศ โลหิตนาวี

รศ.ดร.ภก.มนุพัศ โลหิตนาวี

แบบจำลอง Physiologically Based Pharmacokinetics (PBPK) / พิษวิทยาสิ่งแวดล้อม

  • ผู้เชี่ยวชาญ PBPK ระดับนานาชาติ
ดร.ศิริวรรณ วิชัย

ดร.ศิริวรรณ วิชัย

ระบบนิเวศและจุลชีววิทยา

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศและจุลชีววิทยา
ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ

ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ

นักวิจัยรุ่นใหม่ / ประเมินผลกระทบและความเสี่ยงต่อสุขภาพจากมลพิษ

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและการแพทย์
ศรัณย์พร เกิดเกาะ

ศรัณย์พร เกิดเกาะ

นักวิจัยรุ่นใหม่ / ออกแบบระบบวิทยาศาสตร์พลเมือง / กฎหมายธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (ESG) / สื่อสารความเสี่ยงกับภาคประชาชน

  • กฎหมายธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (ESG)
  • นักวิจัยร่วมโครงการระบบข้อมูลวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุน Citizen Science (ทุน PMU สวรส. 1 โครงการ)
Prof. Dr. Wai Chen

Prof. Dr. Wai Chen

เครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ

  • h-index: Google Scholar 36 · Scopus 37 · Citation (Scopus) 4,946
Dr. Peyman Babakhani

Dr. Peyman Babakhani

เครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ

  • ตีพิมพ์บทความใน Nature Nanotechnology ร่วมกับหัวหน้าโครงการ

ผลงานและรางวัลในอดีตจากการร่วมงานกันของทีมวิจัยชุดนี้

  • รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติประจำปีงบประมาณ 2566 (2023) รางวัลผลงานวิจัยระดับดีเด่น จากผลงานเรื่อง "การใช้เครื่องมือด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและวิศวกรรมชีวเวชเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนของการทำเหมืองแร่ทองคำในประเทศไทยในอนาคต"
  • ผลงานตีพิมพ์ในอดีตจากการร่วมงานกัน = 13 บทความในวารสารนานาชาติ
  • งบประมาณวิจัย/บริการวิชาการที่คณะวิจัยชุดนี้ได้รวมกันในอดีต = 90 ล้านบาท
  • นักศึกษาปริญญาโทและเอกที่ผลิตร่วมกันในอดีต = 10 คน

เครือข่ายความร่วมมือนานาชาติ

  • Prof. Dr. Wai Chen — เครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ
  • Dr. Peyman Babakhani — เครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ ตีพิมพ์ร่วมกันใน Nature Nanotechnology

สหสาขาบูรณาการ

วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม กฎหมาย ESG วิทยาศาสตร์พลเมือง วิทยาศาสตร์สุขภาพ/การแพทย์ พิษวิทยา ปัญญาประดิษฐ์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล แบบจำลองคอมพิวเตอร์

แผนการร่วมงาน

คณะกรรมาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม (กรมโรงงาน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์กรเอกชน ประชาสังคม ประชาชน
3

ต้นแบบ AI-CARE และมูลค่าตลาด

ต้นแบบนำร่อง "AI-Care: The Kok River" สาธิตการใช้ AI Chatbot ประเมินความเสี่ยงและตอบคำถามประชาชน กรณีแม่น้ำกกปนเปื้อนสารหนูจากมลพิษข้ามพรมแดน

AI-Care: The Kok River

AI Chatbot ประเมินความเสี่ยงและตอบคำถามประชาชน

ระบบต้นแบบให้ประชาชนริมแม่น้ำกกตรวจสอบความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากการปนเปื้อนสารหนู พร้อมแดชบอร์ดติดตามคุณภาพน้ำและสุขภาพชุมชนแบบเรียลไทม์ เชื่อมข้อมูลสู่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

น้ำในแม่น้ำกกตรงนี้ปลอดภัยไหม เสี่ยงมะเร็งหรือเปล่า?
AI-CARE ประเมินความเสี่ยงจากข้อมูลเซนเซอร์และรายงานภาคสนามล่าสุด พร้อมแจ้งเตือนหน่วยงานราชการ/ผู้เกี่ยวข้องระดับท้องถิ่นโดยอัตโนมัติหากพบค่าเกินมาตรฐาน
10,000โรงงานเป้าหมาย (เฉพาะที่มีความจำเป็นสูง)
100,000 บ./ปีค่าบริการ AI-CARE ต่อโรงงาน (ถูกกว่าจ้างที่ปรึกษา 50–70%)
1,000 ล้านบาท/ปีมูลค่าตลาดรวมโดยประมาณ

แหล่งทุนเป้าหมาย

สกสว. (โครงการวิจัย P24) PMU C PTTGC SCG กรมโรงงานอุตสาหกรรม

ทุนวิจัยที่เซ็นสัญญาครบแล้วใน 3 ปี

4 โครงการ รวมงบประมาณ 40,000,000 บาท พร้อมผลงานตีพิมพ์ระดับนานาชาติ Quartile 1–2 เป้าหมาย 18 บทความ (เฉลี่ยปีละ 6 บทความ)

4

แผนการวิจัย งบประมาณ และผลกระทบ

แผนดำเนินงาน 3 ปีตามวงจร Plan–Do–Check–Act งบประมาณปีละ 1,000,000 บาท รวม 3,000,000 บาท

ปี 2569
1,000,000 บาท
Plan + Do
  • จัดตั้งกลุ่มวิจัย ประสานเครือข่าย ศึกษาพื้นที่นำร่อง
  • ออกแบบ IoT sensors พัฒนาแพลตฟอร์ม AI ขั้นต้น
  • อบรม Active Citizen Scientists
ปี 2570
1,000,000 บาท
Do + Check
  • พัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูล
  • ติดตั้งระบบและทดสอบระบบแจ้งเตือนภัย
  • ขยายเครือข่าย Active Citizen
  • ประเมินผลและปรับปรุง
ปี 2571
1,000,000 บาท
Do + Check + Act
  • ขยายผลสู่พื้นที่อื่น ถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ เตรียมต่อยอดขยายผล
  • พัฒนาระบบบริการภาครัฐ
  • ประเมินผลกระทบและความยั่งยืน
ประเภทของผลงานใน 3 ปีรายละเอียดจำนวน
บทความวิชาการนานาชาติ Quartile 1–2 ที่ได้รับการตอบรับแล้วจำนวนรวม18 บทความ (ปีละ 6 บทความโดยเฉลี่ย)
มีผู้ร่วมเขียนสังกัดสถาบันต่างประเทศ9 บทความ
มีผู้ร่วมเขียนเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่12 บทความ
ทุนวิจัย/โครงการบริการวิชาการจากภายนอกที่เซ็นสัญญาครบแล้วจำนวนรวม4 โครงการ
งบประมาณรวม40,000,000 บาท
ผลสำเร็จอื่น ๆรางวัลวิจัยจากหน่วยงานภายนอก1 รางวัล
นักศึกษา ป.โท/ป.เอก4 คน

Roadmap สู่บริการเชิงพาณิชย์

2569
  • พัฒนาต้นแบบนำร่องกรณีแม่น้ำกก
  • ออกคู่มือการใช้ AI สนับสนุน Citizen Science ในการปกป้องสิ่งแวดล้อม
2570
  • ขยายต้นแบบสำหรับกรณีโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป และทดลองให้บริการนำร่องร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและโรงงานอุตสาหกรรม
  • เสนอแนะการปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย
2571
  • ให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแก่ชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม
  • จัดทำมาตรฐานการใช้เทคโนโลยี

การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย

ผลักดันการปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับข้อมูลจากภาคประชาชนให้เป็นที่ยอมรับตามกฎหมาย

การเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเฝ้าระวังผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ปรับเปลี่ยนจากการจ้างบริษัทที่ปรึกษาเอกชนดำเนินการปีละ 1–2 ครั้ง มาเป็นการให้ประชาชนสามารถเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมได้เอง 24/7 ผ่านระบบ Platform และบริการของ AI-CARE Research Cluster

5

ผลงานวิจัยที่ดำเนินการ

6

ติดต่อ

หัวหน้ากลุ่มวิจัย
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ติดต่อผ่านกองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร
คณะผู้วิจัยร่วม
รศ.ดร.ภก.มนุพัศ โลหิตนาวี · ดร.ศิริวรรณ วิชัย · ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ · ศรัณย์พร เกิดเกาะ · Prof.Dr.Wai Chen · Dr.Peyman Babakhani