AI-CARE
AI-CARE Research Cluster
กลุ่มวิจัยนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเฝ้าระวังและปกป้องสิ่งแวดล้อมร่วมกับประชาชน
สนับสนุนโดยผู้สนับสนุน
พื้นที่ฉัน — ความเสี่ยงจากสิ่งที่ฉันกิน
เลือกพื้นที่ที่คุณอยู่ และบอกว่าคุณกินข้าว ปลา ผักจากแถวนั้นมากแค่ไหน แล้วเราจะประมาณ "ระดับความกังวล" ต่อสุขภาพจากโลหะหนัก (สารหนู ปรอท แคดเมียม ตะกั่ว) ให้แบบเข้าใจง่าย พร้อมคำแนะนำลดการรับสัมผัส
1
คุณอยู่ที่ไหน และใช้น้ำจากอะไร
อำเภอ / พื้นที่ของคุณ
น้ำที่ใช้ดื่มและอาบเป็นหลัก
2
คุณกินอาหารจากพื้นที่นี้มากแค่ไหน (ต่อวัน)
🌾ข้าว200 ก./วัน
คนไทยเฉลี่ย ~200 ก. (หุงสุก ~1 จาน = 100 ก.) · ค่าอ้างอิงสูง 376 ก.
ℹ️ ข้าวสะสมสารหนูสูงโดยธรรมชาติ (iAs ข้าวขัดสีไทยเฉลี่ย ~0.068–0.076 mg/kg พื้นที่นี้ ~0.119) ความเสี่ยงจากข้าวเป็นปรากฏการณ์ทั่วไทย/เอเชีย มากกว่ามลพิษข้ามพรมแดน — ดูหมายเหตุท้ายหน้า
🐟ปลา (เนื้อ)60 ก./วัน
ค่าอ้างอิง ~60 ก./วัน · ปลา 1 ชิ้นกลาง ~80–100 ก.
🥬ผัก / พืชอื่น (ไม่รวมข้าว)100 ก./วัน
ค่าอ้างอิง ~100 ก./วัน
🎣ปลาที่คุณกินบ่อย
เลือก "ปลารวม" ถ้ากินหลายชนิดสลับกัน
ระดับความกังวลของคุณ

อะไรทำให้คุณรับโลหะหนักมากที่สุด

เลือกชนิดโลหะเพื่อดูว่าคุณรับเข้าไปจากเส้นทางใดมากสุด — เส้นยิ่งหนา/ไหลเร็ว = สัดส่วนยิ่งมาก
ดื่มน้ำ ปลา ข้าว พืชอื่น อาบน้ำ
💡 คำแนะนำสำหรับคุณ

📌 เข้าใจตัวเลขนี้ให้ถูก (กันความเข้าใจผิด)

โลหะหนักเป็นเรื่องของการสะสมระยะยาว ตัวเลขข้างบนจึงเป็น "การคาดการณ์ระยะยาว" ไม่ใช่สิ่งที่เกิดทันที — โปรดอ่านเพื่อไม่ให้กังวลเกินจริง
คำนวณจากการกินกี่ปี?
สมมติว่าคุณกินรูปแบบนี้ ทุกวัน ~350 วัน/ปี ต่อเนื่อง 30 ปี · ส่วนความเสี่ยงมะเร็งเฉลี่ยตลอดช่วงชีวิต 70 ปี (ตามค่ามาตรฐาน USEPA) — ไม่ใช่กินวันนี้แล้วป่วยวันนี้
HI เกิน 1 = ป่วยแน่ไหม?
ไม่ใช่ HI คือสัดส่วนเทียบกับขนาดที่ปลอดภัย (RfD) ซึ่งตั้งไว้เผื่อความปลอดภัยหลายเท่าแล้ว · เกิน 1 = ควรลดการรับสัมผัส ไม่ได้แปลว่าจะเป็นโรคแน่นอน
HI 2 = เสี่ยงเป็น 2 เท่าไหม?
ไม่ใช่ HI ไม่ใช่ความน่าจะเป็น และไม่แปรผันตรงกับโอกาสป่วย — เป็นเพียง "ระดับความกังวล" เชิงเปรียบเทียบเท่านั้น
CR = 1 ใน 10,000 หมายถึง?
เช่น CR 1×10⁻⁴ ≈ ถ้ามีคน 10,000 คนรับสัมผัสแบบนี้ 30 ปี อาจมี 1 คนที่เสี่ยงมะเร็งส่วนเกินตลอดชีวิต — เป็นค่าทางสถิติของประชากร ไม่ใช่คำทำนายรายบุคคล
คุณกินจากที่นี่ที่เดียวจริงไหม?
การคำนวณสมมติว่าข้าว/ปลา/น้ำทั้งหมดมาจากพื้นที่นี้ ถ้าจริง ๆ คุณสลับแหล่ง/ซื้อจากหลายที่ ความเสี่ยงจริงจะต่ำกว่านี้
ทำไมเป็นค่า "ตีสูง"?
เป็นการประเมินคัดกรอง (screening) ใช้สมมติฐานเชิงป้องกัน (ค่อนไปทางสูง) เพื่อไม่ให้มองข้ามความเสี่ยง — ค่าจริงมักต่ำกว่าที่แสดง
โลหะแต่ละชนิดเป็น "ผลระยะยาว" อย่างไร
สารหนู (As): ผลต่อผิวหนัง/หลอดเลือดและมะเร็ง เกิดจากการได้รับสะสมต่อเนื่องหลายปีถึงหลายสิบปี โมเดลมะเร็งคิดที่กิน 30 ปี เฉลี่ยตลอดชีวิต 70 ปี
แคดเมียม (Cd): สะสมในไตและค่อย ๆ ขับออกช้ามาก (ครึ่งชีวิตในร่างกาย ~10–30 ปี) ผลต่อไตจึงมาจากการสะสมระยะยาวหลายสิบปี
ตะกั่ว (Pb): สะสมในกระดูก/ร่างกาย ผลต่อระบบประสาทจากการรับเรื้อรัง โดยเฉพาะในเด็กและหญิงตั้งครรภ์ที่ไวต่อผลมากกว่า
ปรอทเมทิล (Hg) ในปลา: ผลต่อระบบประสาทจากการกินสะสม โดยเฉพาะต่อทารกในครรภ์และเด็กเล็ก — หญิงตั้งครรภ์ควรระวังการกินปลานักล่าตัวใหญ่เป็นพิเศษ
สรุปสั้น ๆ: ค่าที่เกินเกณฑ์คือสัญญาณให้ค่อย ๆ ปรับลดการรับสัมผัสในระยะยาว ไม่ใช่เหตุให้ตื่นตระหนกว่าจะป่วยทันที — การปรับพฤติกรรม เช่น สลับแหล่งอาหาร เลือกชนิดปลา ใช้น้ำที่ผ่านมาตรฐาน ช่วยลดความเสี่ยงสะสมได้จริง · ค่า RfD/CSF ของสารหนูใช้ค่า IRIS เดิม หากใช้ค่าฉบับใหม่ (ม.ค. 2025) ความเสี่ยงจะสูงขึ้น · หากมีอาการหรือกังวลเรื่องสุขภาพ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
รายละเอียดเชิงเทคนิคและสมมติฐาน (สำหรับผู้สนใจ)
หมายเหตุ: สารหนูในข้าว — บริบทระดับประเทศ (ทบทวนวรรณกรรม)
ข้าวสะสมสารหนูได้สูงกว่าธัญพืชอื่นโดยธรรมชาติ เพราะปลูกในนาน้ำขัง (สภาพไร้ออกซิเจน) ทำให้สารหนูในดินถูกปลดปล่อยในรูปอาร์เซไนต์ (As³⁺) แล้วถูกดูดเข้าต้นข้าวผ่านตัวขนส่งซิลิคอน สารหนูในข้าวส่วนหนึ่งจึงมาจากค่าพื้นฐานทางธรณีเคมีของดินและน้ำชลประทานทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมาจากแหล่งมลพิษจำเพาะ

ค่าเฉลี่ยข้าวไทยจากวรรณกรรม: สารหนูอนินทรีย์ (iAs) ในข้าวขัดสี ~0.068–0.076 mg/kg (ข้าวขาว/หอมมะลิ/เหนียว) และสารหนูรวมในข้าวขัดสีหลายการศึกษา ~0.12–0.21 mg/kg ส่วนข้าวกล้องสูงกว่า (iAs ~0.12–0.13 mg/kg) — ทั้งหมดต่ำกว่าเกณฑ์ Codex (iAs 0.20 ข้าวขัดสี / 0.35 ข้าวกล้อง) และ EU ที่เข้มขึ้นเป็น 0.15 ในข้าวขัดสี (ปี 2023) แต่หลายงานในไทยยังรายงาน HQ ของสารหนู > 1 และความเสี่ยงมะเร็งเกิน 10⁻⁴ เมื่อคิดตามอัตราการบริโภคจริง

ข้าวในพื้นที่ศึกษานี้ (เชียงราย, iAs วัดจริงเฉลี่ย 0.119 mg/kg) สูงกว่าค่าเฉลี่ยข้าวขัดสีของประเทศเล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่าเกณฑ์ EU/Codex — บ่งชี้ว่าความเสี่ยงสารหนูจากข้าวเป็นปรากฏการณ์เชิงโครงสร้าง (บริโภคข้าวสูง × RfD ของสารหนูที่ต่ำมาก × ข้าวสะสมสารหนูตามธรรมชาติ) ที่พบทั่วไทยและเอเชีย จึงมีปัจจัยมากกว่าการปนเปื้อนจากมลพิษข้ามพรมแดน อย่างไรก็ตาม การปนเปื้อนต้นน้ำในลุ่มน้ำกก–สายอาจเพิ่มสารหนูในน้ำผิวดิน/ตะกอนที่ใช้ทำนา ซึ่งอาจซ้ำเติมระดับในข้าวบางพื้นที่ได้ (ต้องศึกษาคู่ดิน–น้ำ–ข้าวเพิ่มเติม)

อ้างอิง (วรรณกรรมหลัก):
1. Ruangwises S, Saipan P, Ruangwises N. (2012) Total and inorganic arsenic in rice and rice bran purchased in Thailand. J Food Prot 75(4):771–775. [iAs ข้าวขัดสี ขาว 0.068 · หอมมะลิ 0.068 · เหนียว 0.076 mg/kg ; ข้าวกล้อง 0.12–0.13]
2. Chanpiwat P, Kim KW. (2019) Arsenic health risk assessment related to rice consumption behaviors in adults living in Northern Thailand. Environ Monit Assess 191:674.
3. Hensawang S, Chanpiwat P. (2017) Health impact assessment of arsenic and cadmium intake via rice consumption in Bangkok, Thailand. Environ Monit Assess 189:599.
4. Hensawang S, Chanpiwat P. (2018) Probabilistic risk assessment of bioaccessible arsenic in polished and husked jasmine rice sold in Bangkok. Chemosphere 207:637–648.
5. Kukusamude C, Sricharoen P, Limchoowong N, Kongsri S. (2021) Heavy metals and probabilistic risk assessment via rice consumption in Thailand. Food Chem 334:127402.
6. Meharg AA, Zhao FJ. (2012) Arsenic & Rice. Springer. [กลไกการสะสมสารหนูในนาน้ำขัง/ตัวขนส่งซิลิคอน]
7. FAO/WHO Codex Alimentarius CXS 193-1995 (amended) — ML iAs ข้าวขัดสี 0.20 / ข้าวกล้อง (husked) 0.35 mg/kg.
8. Commission Regulation (EU) 2023/465 — ปรับ ML iAs ข้าวขัดสีเป็น 0.15 mg/kg (เดิม 0.20 ตาม Reg (EU) 2015/1006) ; อ้างอิงความเห็น EFSA (2009, 2021).
เกี่ยวกับโครงการ
งานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนทุนจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้ทุนสนับสนุนกลุ่มวิจัยและนวัตกรรมแนวหน้า (Frontier Research and Innovation Clusters) จากงบประมาณรายได้มหาวิทยาลัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านกลุ่มวิจัยนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเฝ้าระวังและปกป้องสิ่งแวดล้อมร่วมกับประชาชน (AI-CARE Research Cluster)
และ โครงการย่อยที่ 3: ระบบวิทยาศาสตร์พลเมืองที่เสริมด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อรองรับและแก้ไขภาวะวิกฤติเร่งด่วนด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม ในแพลตฟอร์ม SRI Intelligence Platform
ทุนสนับสนุน: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
ที่ปรึกษาโครงการ: รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ — ผู้อำนวยการหน่วยภารกิจฐานข้อมูลและระบบดิจิทัล สกสว.
หัวหน้าโครงการ: อาจารย์ศรัณย์พร เกิดเกาะ — สาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ติดต่อ: pomphenrat@gmail.com, saranpornk@nu.ac.th

ค่า HQ/HI/CR เป็นการประเมินระดับคัดกรอง (screening) ตามกรอบ USEPA · ข้อมูลความเข้มข้นจากการเฝ้าระวังจริง (กรมควบคุมมลพิษ, กปภ., การวิเคราะห์เนื้อปลา/พืช) · บางพื้นที่/ฤดูใช้ค่าจากพื้นที่/เวลาใกล้เคียง