กลุ่มวิจัยนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเฝ้าระวังและปกป้องสิ่งแวดล้อมร่วมกับประชาชน (AI-CARE)
Motto: AI that Cares, Citizens who Care, Environment we Share
ผสาน AI + Citizen Science + Environmental Engineering เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ช่วยหน่วยงานราชการเฝ้าระวังและปกป้องสิ่งแวดล้อมจากมลพิษอุตสาหกรรมได้เองแบบ 24/7
ที่มา ความสำคัญ และเป้าหมาย
AI-CARE คือคานงัดที่นำพลเมืองตื่นรู้ นักวิชาการ หน่วยงานราชการ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีความรับผิดชอบมาทำงานร่วมกัน โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่จากหลักการ Collective Intelligence และ Intelligence Augmentation
ปัญหาและความท้าทาย
- ภาครัฐมีกฎหมายและหน้าที่ในการปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่มีกำลังคนไม่พอดูแลทุกปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศ
- ประชาชนตื่นตัวด้านการปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบทางสุขภาพจากมลพิษอย่างมาก เห็นได้จากกรณีแม่น้ำกกปนเปื้อนสารหนูข้ามพรมแดน
- มีพลเมืองตื่นรู้ (Active Citizen) จำนวนมาก แต่ไม่มีองค์ความรู้เพียงพอในการขับเคลื่อนปกป้องสิ่งแวดล้อม และไม่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการกำกับควบคุมมลพิษ
- นักวิจัย นักวิชาการมีความรู้แต่มีจำนวนไม่เพียงพอในการปกป้องสิ่งแวดล้อมในชุมชน และไม่มีบทบาทหน้าที่โดยตรงดังเช่นหน่วยงานภาครัฐ
AI-CARE คือคานงัด
เชื่อมพลเมืองที่มีใจและมีความกังวล เข้ากับนักวิชาการที่มีความรู้ หน่วยงานราชการที่มีภาระหน้าที่ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีความรับผิดชอบ โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบสนองทุกภาคส่วนให้ช่วยปกป้อง รักษา ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
- ประเมินความเสี่ยงและแจ้งเตือนภัย
- รายงานที่ยอมรับได้ตามกฎหมาย
- Consortium & Think tank เพื่อจัดการภาวะฉุกเฉิน
Benchmarking
- สถาบันชั้นนำในไทย: ยังไม่มีกลุ่มวิจัยใดในประเทศที่ผสานการใช้ AI + Citizen Science + Environmental Engineering แบบครบวงจร
- สถาบันชั้นนำต่างประเทศ: มีหลายกลุ่มที่ทำเรื่อง AI และ Climate Change เช่น Berkeley AI Research Climate Initiative และ DS3Lab Climate+AI Initiative (ETH Zurich) แต่ยังไม่มีกลุ่มวิจัยใดที่ทำเรื่อง "AI + Citizen Science + Environmental Pollution + Government Services" แบบเดียวกับ AI-CARE
จุดแข็งและโอกาสของ AI-CARE
- เป็นกลุ่มแรกในไทยที่ผสาน "AI + Citizen Science + Government Services" เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
- เน้น "Action-oriented Research" ที่นำไปใช้จริงได้ทันที ไม่ใช่แค่งานวิชาการ
- สอดคล้องกับแผน AI Thailand ที่ต้องการให้มีการใช้ AI ในภาครัฐและอุตสาหกรรมหลักอย่างน้อย 600 หน่วยงานภายในปี 2570
- สอดคล้องกับการขับเคลื่อน Thailand Open Science for ALL ของ สกสว. และกองทุน ววน.
วิสัยทัศน์ระยะยาว 5–10 ปี
To be a leading research cluster that empowers communities with AI technology for proactive environmental protection and sustainable living
เป้าหมายสูงสุด
สร้างผลิตภัณฑ์ การให้บริการ หรือ Platform ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่ยอมรับให้ประชาชนมีภารกิจและอำนาจหน้าที่เป็นผู้ช่วยหน่วยงานราชการเฝ้าระวังและปกป้องสิ่งแวดล้อมจากมลพิษอุตสาหกรรม ตามหลักวิทยาศาสตร์พลเมือง (Citizen Science) โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสำคัญติดเกราะความรู้ให้ประชาชน
คณะผู้วิจัยและความเชี่ยวชาญ
ทีมวิจัยสหสาขาที่ผนึกกำลังจากประสบการณ์ระดับนโยบายชาติ ไปจนถึงเครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ
รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์
หัวหน้ากลุ่มวิจัย / วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม / ออกแบบระบบปัญญาประดิษฐ์ / แบบจำลองคอมพิวเตอร์ของระบบสิ่งแวดล้อม / สำรวจสิ่งแวดล้อมภาคสนาม / ออกแบบระบบ IoT และ Sensor เพื่อการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม
- Top 2% Scientist (Stanford University Ranking)
- Chief Information Officer (CIO) ของ สกสว.
- ผู้รับผิดชอบขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Open Science for ALL ของ สกสว.
- ผู้พัฒนาระบบ TSRI Central Intelligence Platform ของ สกสว.
- หัวหน้าโครงการพัฒนาระบบ eMENSCR+ ของสภาพัฒน์
- หัวหน้าโครงการระบบข้อมูลวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุน Citizen Science (ทุน PMU สวรส. 2 โครงการ)
รศ.ดร.ภก.มนุพัศ โลหิตนาวี
แบบจำลอง Physiologically Based Pharmacokinetics (PBPK) / พิษวิทยาสิ่งแวดล้อม
- ผู้เชี่ยวชาญ PBPK ระดับนานาชาติ
ดร.ศิริวรรณ วิชัย
ระบบนิเวศและจุลชีววิทยา
- ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศและจุลชีววิทยา
ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ
นักวิจัยรุ่นใหม่ / ประเมินผลกระทบและความเสี่ยงต่อสุขภาพจากมลพิษ
- ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและการแพทย์
ศรัณย์พร เกิดเกาะ
นักวิจัยรุ่นใหม่ / ออกแบบระบบวิทยาศาสตร์พลเมือง / กฎหมายธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (ESG) / สื่อสารความเสี่ยงกับภาคประชาชน
- กฎหมายธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (ESG)
- นักวิจัยร่วมโครงการระบบข้อมูลวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุน Citizen Science (ทุน PMU สวรส. 1 โครงการ)
Prof. Dr. Wai Chen
เครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ
- h-index: Google Scholar 36 · Scopus 37 · Citation (Scopus) 4,946
Dr. Peyman Babakhani
เครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ
- ตีพิมพ์บทความใน Nature Nanotechnology ร่วมกับหัวหน้าโครงการ
ผลงานและรางวัลในอดีตจากการร่วมงานกันของทีมวิจัยชุดนี้
- รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติประจำปีงบประมาณ 2566 (2023) รางวัลผลงานวิจัยระดับดีเด่น จากผลงานเรื่อง "การใช้เครื่องมือด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและวิศวกรรมชีวเวชเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนของการทำเหมืองแร่ทองคำในประเทศไทยในอนาคต"
- ผลงานตีพิมพ์ในอดีตจากการร่วมงานกัน = 13 บทความในวารสารนานาชาติ
- งบประมาณวิจัย/บริการวิชาการที่คณะวิจัยชุดนี้ได้รวมกันในอดีต = 90 ล้านบาท
- นักศึกษาปริญญาโทและเอกที่ผลิตร่วมกันในอดีต = 10 คน
เครือข่ายความร่วมมือนานาชาติ
- Prof. Dr. Wai Chen — เครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ
- Dr. Peyman Babakhani — เครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ ตีพิมพ์ร่วมกันใน Nature Nanotechnology
สหสาขาบูรณาการ
แผนการร่วมงาน
ต้นแบบ AI-CARE และมูลค่าตลาด
ต้นแบบนำร่อง "AI-Care: The Kok River" สาธิตการใช้ AI Chatbot ประเมินความเสี่ยงและตอบคำถามประชาชน กรณีแม่น้ำกกปนเปื้อนสารหนูจากมลพิษข้ามพรมแดน
AI-Care: The Kok River
ระบบต้นแบบให้ประชาชนริมแม่น้ำกกตรวจสอบความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากการปนเปื้อนสารหนู พร้อมแดชบอร์ดติดตามคุณภาพน้ำและสุขภาพชุมชนแบบเรียลไทม์ เชื่อมข้อมูลสู่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
แหล่งทุนเป้าหมาย
ทุนวิจัยที่เซ็นสัญญาครบแล้วใน 3 ปี
4 โครงการ รวมงบประมาณ 40,000,000 บาท พร้อมผลงานตีพิมพ์ระดับนานาชาติ Quartile 1–2 เป้าหมาย 18 บทความ (เฉลี่ยปีละ 6 บทความ)
แผนการวิจัย งบประมาณ และผลกระทบ
แผนดำเนินงาน 3 ปีตามวงจร Plan–Do–Check–Act งบประมาณปีละ 1,000,000 บาท รวม 3,000,000 บาท
- จัดตั้งกลุ่มวิจัย ประสานเครือข่าย ศึกษาพื้นที่นำร่อง
- ออกแบบ IoT sensors พัฒนาแพลตฟอร์ม AI ขั้นต้น
- อบรม Active Citizen Scientists
- พัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูล
- ติดตั้งระบบและทดสอบระบบแจ้งเตือนภัย
- ขยายเครือข่าย Active Citizen
- ประเมินผลและปรับปรุง
- ขยายผลสู่พื้นที่อื่น ถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ เตรียมต่อยอดขยายผล
- พัฒนาระบบบริการภาครัฐ
- ประเมินผลกระทบและความยั่งยืน
| ประเภทของผลงานใน 3 ปี | รายละเอียด | จำนวน |
|---|---|---|
| บทความวิชาการนานาชาติ Quartile 1–2 ที่ได้รับการตอบรับแล้ว | จำนวนรวม | 18 บทความ (ปีละ 6 บทความโดยเฉลี่ย) |
| มีผู้ร่วมเขียนสังกัดสถาบันต่างประเทศ | 9 บทความ | |
| มีผู้ร่วมเขียนเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ | 12 บทความ | |
| ทุนวิจัย/โครงการบริการวิชาการจากภายนอกที่เซ็นสัญญาครบแล้ว | จำนวนรวม | 4 โครงการ |
| งบประมาณรวม | 40,000,000 บาท | |
| ผลสำเร็จอื่น ๆ | รางวัลวิจัยจากหน่วยงานภายนอก | 1 รางวัล |
| นักศึกษา ป.โท/ป.เอก | 4 คน |
Roadmap สู่บริการเชิงพาณิชย์
- พัฒนาต้นแบบนำร่องกรณีแม่น้ำกก
- ออกคู่มือการใช้ AI สนับสนุน Citizen Science ในการปกป้องสิ่งแวดล้อม
- ขยายต้นแบบสำหรับกรณีโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป และทดลองให้บริการนำร่องร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและโรงงานอุตสาหกรรม
- เสนอแนะการปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย
- ให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแก่ชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม
- จัดทำมาตรฐานการใช้เทคโนโลยี
การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย
ผลักดันการปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับข้อมูลจากภาคประชาชนให้เป็นที่ยอมรับตามกฎหมาย
การเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเฝ้าระวังผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ปรับเปลี่ยนจากการจ้างบริษัทที่ปรึกษาเอกชนดำเนินการปีละ 1–2 ครั้ง มาเป็นการให้ประชาชนสามารถเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมได้เอง 24/7 ผ่านระบบ Platform และบริการของ AI-CARE Research Cluster
ผลงานวิจัยที่ดำเนินการ
ติดต่อ
- หัวหน้ากลุ่มวิจัย
- รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ติดต่อผ่านกองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร - คณะผู้วิจัยร่วม
- รศ.ดร.ภก.มนุพัศ โลหิตนาวี · ดร.ศิริวรรณ วิชัย · ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ · ศรัณย์พร เกิดเกาะ · Prof.Dr.Wai Chen · Dr.Peyman Babakhani
