Future Mobility Frontier

หน้าแรก / โครงการวิจัยระบบขนส่งแห่งอนาคต
Innovation Cluster

โครงการวิจัยระบบขนส่งแห่งอนาคต
Future Mobility Frontier

คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งขับเคลื่อนพิษณุโลกสู่การเป็นศูนย์นำร่องบริการยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และศูนย์วิจัยขนส่งแห่งอนาคตของอาเซียน

"ทุกก้าววิจัย คือเส้นทางใหม่ของการขนส่งแห่งอนาคต"

6
นักวิจัยในโครงการ
1.8 ลบ.
งบประมาณ 3 ปี (บาท)
6
Work Packages
2569–71+
ระยะเวลาดำเนินโครงการ
1

ที่มาและความสำคัญ

พิษณุโลกมีศักยภาพเป็นจุดยุทธศาสตร์ศูนย์การขนส่งแห่งอนาคต ท่ามกลางปัญหามลพิษ PM 2.5 และทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ที่ต้องการทั้งเทคโนโลยีขนส่งไร้คนขับ การยกระดับสู่อุตสาหกรรม S-Curve และบุคลากรทักษะสูง

ปัจจัยขับเคลื่อนโครงการ

พิษณุโลก
จุดยุทธศาสตร์ศูนย์การขนส่งแห่งอนาคต
ปัญหามลพิษ
ผลกระทบจาก PM 2.5
ขนส่งไร้คนขับ
การพัฒนาระบบขนส่งอัตโนมัติ
อุตสาหกรรม S-Curve
เป้าหมายยกระดับอุตสาหกรรม
พัฒนาบุคลากร
ป้อนสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่

ตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ (Future Mobility, NU Thailand)

  • Thailand EV Pilot Center — ศูนย์นำร่องบริการและฝึกอบรม EV ของอาเซียน
  • เชื่อมโยงเครือข่ายนานาชาติ: EU (นโยบาย/Carbon Neutrality), USA (Autonomous Driving/AI), Japan (EV Components/Hydrogen Mobility)

เป้าหมายสูงสุด

"Positioned as ASEAN's EV Service & Research Hub" — วางพิษณุโลกให้เป็นศูนย์กลางบริการและวิจัยด้านยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน ครอบคลุมตั้งแต่การแปลงรถ EV การทดสอบมาตรฐาน ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

บทบาทของ Cluster Fund

ลดช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์ทดสอบและระบบวินิจฉัยขั้นสูงที่ยังขาดแคลนในประเทศไทย ลดช่องว่างด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้าน EV และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ

การบูรณาการความรู้

ส่งเสริมความร่วมมือข้ามสาขาวิชา ทั้งวิศวกรรมศาสตร์ โลจิสติกส์ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐศาสตร์ เพื่อปรับมาตรฐานศูนย์บริการ EV ให้สอดคล้องระดับสากล

แหล่งทุนภายในประเทศ
  • บพข. · DEPA · EECi
  • TGO (Carbon Credit / Low Carbon City)
  • กระทรวงอุตสาหกรรม
แหล่งทุนต่างประเทศ
  • Horizon Europe
  • JICA · ADB
  • ASEAN EV Hub Initiative
แหล่งทุนภาคเอกชน
  • บริษัทรถยนต์ไฟฟ้า
  • ผู้ผลิตแบตเตอรี่
  • EV Startup
2

ทีมวิจัยและบทบาท

ทีมวิจัยของโครงการประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญสหสาขาวิชาจากคณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และเครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ

ผศ.ดร.เจษฎา โพธิ์จันทร์

หัวหน้าโครงการ

การขนส่งและโลจิสติกส์, Digital Supply Chain

ผศ.ดร.อนันต์ชัย อยู่แก้ว

นักวิจัย

ยานยนต์สมัยใหม่, EV Conversion, อู่ดัดแปลง

ผศ.ชูพงศ์ ช่วยเพ็ญ

นักวิจัย

ระบบควบคุมยานยนต์, Vehicle Control System

รศ.ดร.ดลเดช ตั้งตระการพงศ์

นักวิจัย

ระบบสิ่งแวดล้อม, Green & Sustainable Design

ดร.ต้าย บัณฑิตศักดิ์

นักวิจัยรุ่นใหม่

ไฟฟ้ากำลัง, EV Measurement & Power Systems

Dr. Fuyuan Yang

นักวิจัยนานาชาติ

Guangxi University, China — Management Science & Engineering, International Collaboration

เส้นทางพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่

ระยะเริ่มต้น (ปี 1–2)

  • มีส่วนร่วมในงานวิจัยย่อย เช่น การทดสอบ EV การออกแบบระบบวัด
  • ได้รับการดูแลจากพี่เลี้ยง (Mentoring) จากนักวิจัยอาวุโส

ระยะกลาง–ยาว (ปี 2–3+)

เป็นผู้ร่วมตีพิมพ์บทความ Q1–Q2 เข้าร่วมโครงการนานาชาติและแลกเปลี่ยนนักวิจัย พร้อมมีผลงานวิจัย/นวัตกรรมที่ต่อยอดสู่อุตสาหกรรม

หน่วยงานความร่วมมือและแหล่งทุน

บพข. DEPA EECi TGO กระทรวงอุตสาหกรรม Horizon Europe JICA ADB ASEAN EV Hub Initiative Guangxi University, China
3

แผนการวิจัยและงบประมาณ

โครงการแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 6 Work Package (WP) ครอบคลุมตั้งแต่การจัดตั้งศูนย์นำร่องบริการ EV จนถึงการประเมินผลกระทบและมาตรฐาน

01

WP1 — ตั้งศูนย์นำร่องบริการ EV

Infrastructure + Tools — จัดตั้งศูนย์บริการยานยนต์ไฟฟ้าต้นแบบพร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือทดสอบ

02

WP2 — ระบบวินิจฉัย ซ่อมบำรุง ซอฟต์แวร์

พัฒนาระบบวินิจฉัยและซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมซอฟต์แวร์สนับสนุนการให้บริการ

03

WP3 — ถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมบุคลากร

ถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกอบรมบุคลากรด้าน EV สู่ภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

04

WP4 — ความร่วมมืออุตสาหกรรมและนานาชาติ

สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและสถาบันวิจัยต่างประเทศ

05

WP5 — พัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่

Mentoring for Leader — บ่มเพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ผ่านระบบพี่เลี้ยงและการร่วมงานวิจัย

06

WP6 — ประเมินผลกระทบและมาตรฐาน

ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และจัดทำมาตรฐานศูนย์บริการ EV

4

Roadmap และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ

แผนการดำเนินโครงการแบ่งเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่ปี 2569 ถึง 2571 เป็นต้นไป

ปี 2569
Phase 1

Setup & Foundation

  • จัดตั้งศูนย์นำร่องบริการ EV แบบครบวงจร
  • จัดทำโครงสร้างบุคลากรและแผนจัดซื้อครุภัณฑ์
  • ติดตั้งอุปกรณ์ทดสอบและทดลองใช้งานจริง เตรียมคู่มือและเอกสารบริการ
ปี 2570
Phase 2

Operation & Scale-up

  • เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ซ่อมบำรุง ตรวจวัด อัพเกรดซอฟต์แวร์ แล้วประชาสัมพันธ์
  • ดึงผู้ใช้งานจริง ขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
  • ดำเนินการตีพิมพ์บทความวิชาการ Q1, Q2 และลงนามทุนวิจัยจากภายนอก
ปี 2571+
Phase 3

Evaluation & Expansion

  • ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม
  • ปรับมาตรฐานต้นแบบศูนย์บริการ EV วางแผนขยายผลยังจังหวัดอื่นๆ
  • สร้างกลไกพัฒนาบุคลากรและนักวิจัยรุ่นใหม่ ต่อยอดทุนวิจัยและความร่วมมือระหว่างประเทศ

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ (Expected Results)

ด้านเศรษฐกิจ
โมเดลศูนย์บริการ EV ต้นแบบ ขยายทั่วประเทศ สร้างมูลค่าอุตสาหกรรม EV
ด้านสังคม
ยกระดับบุคลากร/แรงงานทักษะสูงด้าน EV & Logistics
ด้านสิ่งแวดล้อม
ลดการปล่อย CO₂ และ PM 2.5 สนับสนุน Carbon Neutrality
ด้านวิชาการ
บทความ Q1–Q2 เครือข่ายวิจัยนานาชาติ นวัตกรรม EV
ด้านนโยบาย
ข้อมูลเชิงประจักษ์สนับสนุนมาตรการ EV และ Thailand EV Hub
5

ติดต่อ

หัวหน้าโครงการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา โพธิ์จันทร์
fmf-research@nu.ac.th
หน่วยงานรับผิดชอบ
คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน และคณะวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยนเรศวร
ที่อยู่
99 หมู่ 9 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก